resize “เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบลำรังสีทรงกรวย” ของสวทช. ได้รับพระราชทานรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2562 - มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย: เวลา 9:15 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2562 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 45 (วทท.45) ของ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการนี้ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ (Principal Investigator) "เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบลำรังสีทรงกรวย” ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “นักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2562” โดยมี ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้แทนผู้อำนวยการสวทช. ร่วมแสดงความยินดี

โครงการดังกล่าวข้างต้นเริ่มในปี พ.ศ. 2550 จากการรวมตัวของคณะวิจัยนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ (ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ) เป็นผู้อำนวยการโครงการ, ดร.เสาวภาคย์ ธงวิจิตรมณี (นักวิจัยอาวุโส) เป็นหัวหน้านักวิจัยระบบซอฟต์แวร์ และ ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป (นักวิจัยอาวุโส) เป็นหัวหน้านักวิจัยระบบฮาร์ดแวร์ และคณะวิจัยจากสวทช. อีกรวมทั้งสิ้น 19 คน จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ของสวทช. ต่อมาบางส่วนได้ย้ายไปสังกัดศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ของสวทช.เช่นกัน

การดำเนินงานเริ่มจากงานทันตกรรมเป็นอันดับแรก ตั้งแต่การออกแบบ วิจัย พัฒนา ผลิตต้นแบบตามมาตรฐานสากล จนกระทั่งถ่ายทอดสู่ผู้ใช้ประโยชน์ได้จริงจนปัจจุบัน เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบลำรังสีทรงกรวยบางครั้งนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า โคนบีมซีที (Cone Beam CT) หรือ ซีบีซีที (CBCT) ได้รับการออกแบบและผลิตออกมาเป็น 3 ลักษณะเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ ได้แก่

1) เครื่องเดนตีสแกน (DentiiScan) เน้นงานทันตกรรมและศัลยกรรมบริเวณช่องปากและใบหน้า

2) เครื่องโมบีสแกน (MobiiScan) สามารถเคลื่อนย้ายได้ เน้นการแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ

3) เครื่องมินีสแกน (MiniiScan) เน้นการตรวจหาขอบเขตทางรังสีของก้อนเนื้อเต้านมในห้องผ่าตัด

เครื่องโคนบีมซีทีที่วิจัยและพัฒนาขึ้นได้มีการทดสอบคุณภาพของภาพด้วยแฟนทอม (Phantom) มาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางรังสีและไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีขั้นตอนตามหลักสากล แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการทดสอบทางคลินิกก่อนนำไปสู่การใช้งานจริงกับผู้ป่วยในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะนำออกไปผลิตจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้งานในประเทศ คณะวิจัยจึงขอรับรองมาตรฐานสากล ISO 13485 (ระบบการบริหารจัดการคุณภาพอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์) ของกระบวนการผลิตในโรงงานนำร่องของสวทช. ที่จัดตั้งขึ้นมาอีกด้วย ปัจจุบันมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคเอกชนแล้ว กรณีเครื่องเดนตีสแกนนั้นติดตั้งใช้งานไปแล้วราว 60 เครื่องในโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยและมีการใช้งานไปแล้วกว่า 7000 ครั้ง ส่วนเครื่องโมบีสแกนใช้งานที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะทันตแพทยศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยกับผู้ป่วยกว่า 1,000 ครั้ง ส่วนเครื่องมินีสแกนใช้กับผู้ป่วยที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปแล้วกว่า 100 ครั้ง

เครื่องโคนบีมซีทีนับเป็นตัวอย่างงานวิจัยที่นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียเงินตราไปต่างประเทศแล้ว กรณีเครื่องเดนตีสแกนยังทำให้ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุและคนพิการได้เข้าถึงการใช้ประโยชน์เพื่องาน ทันตกรรมรากฟันเทียม รวมทั้งด้านการวินิจฉัยโรคอื่นๆ อีกด้วย อาทิเช่น ขากรรไกรหักเนื่องจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ มะเร็งกรามช้าง ฟันฝัง ถุงน้ำ และไซนัสอักเสบ เป็นต้น กรณีเครื่องโมบีสแกนช่วยงานด้านการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมทั้งผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ส่วนเครื่องมินีสแกนช่วยลดระยะเวลาในการใช้ห้องผ่าตัดและการดมยาสลบของผู้ป่วย ส่งผลให้แพทย์สามารถผ่าตัดได้เร็วขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการรักษา รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ป่วยเนื่องจากการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งเต้านมซ้ำ

ตัวอย่างผู้ป่วยยากไร้ที่ได้รับการรักษาในโครงการ

มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ได้จัดให้มีรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของรางวัลว่า “ศักยภาพและความสามารถในการสร้าง/พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติหรือเชิงพาณิชย์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในประเทศ เป็นปัจจัยที่สาคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางด้านเทคโนโลยีของประเทศนั้นๆ อย่างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อศักยภาพในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศในเวทีโลก” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นปีแรกของการมอบรางวัล จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2561) มีผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นทั้งประเภทกลุ่มและบุคคลไปแล้วรวม 30 รางวัล และรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่รวม 28 รางวัล ทั้งนี้ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์จะจัดงานประกาศผลรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ อีกครั้งหนึ่ง ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร